เตรียมพบกับงานชุมนุมทางความคิด CU 2014 เร็วๆ นี้

เตรียมพบกับงานชุมนุมทางความคิด CU 2014 เร็วๆ นี้


หากจะพูดถึงงานที่เหล่านักคิด นักออกแบบรอคอยแล้วนั้นเชื่อว่าชื่องาน “ชุมนุมทางความคิด หรือ Creativities Unfold” ที่เหล่าคนคุ้นเคยเรียกกันย่อๆ ว่า CU นั้นจะต้องติดอันดับ 1 ใน 3 แน่นอน ซึ่งงาน Creativities Unfold นี้ทางศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ในฐานะองค์กรหลักที่ทำหน้าที่ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549 วัตถุประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นและปลูกฝังให้คนไทยนำความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบมาใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจท้องถิ่น และเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการไทยซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

งาน Creativities Unfold ในแต่ละปีจะนำเสนอหัวข้อหรือแนวคิดแตกต่างกันไป โดยไฮไลท์สำคัญที่สร้างชื่อให้กับงานนี้คือเหล่าวิทยากรที่ให้เกียรติมาแบ่งปันไอเดีย และประสบการณ์การทำงาน และในทุกๆ ปีเวทีงาน Creativities Unfold ก็จะคับคั่งด้วยวิทยากรชื่อดังระดับปรมาจารย์ในแวดวงการออกแบบทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รับประกันได้ว่าคนที่มาฟังไม่มีผิดหวัง จะได้รับพลัง และไอเดียสร้างสรรค์กลับไปเกินร้อยอย่างแน่นอน ทำให้บัตรเข้าร่วมงานขายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่บางปียังไม่ได้เผยชื่อวิทยากรเลยด้วยซ้ำ แต่บรรดาแฟนตัวจริงงาน Creativities Unfold ก็จะเชื่อใจรีบคว้าบัตรมาครองในทันที!

ตัวอย่างรายชื่อวิทยากรที่เคยผ่านเวที Creativities Unfold มาแล้ว ได้แก่ สเตฟาน แซคมายสเตอร์ กราฟฟิคดีไซเนอร์ชื่อดังผู้ขึ้นชื่อเรื่องการทดลองงานออกแบบสุดแหวกแนว เจ้าของผลงานโปสเตอร์อันลือชื่อ AIGA Detroit, ดร. โยชิโร นากามัตสึ อัจฉริยะนักประดิษฐ์ เจ้าของฉายา “เอดิสันแห่งญี่ปุ่น” ผู้ได้รับการยกย่องจากสมาคมวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ในฐานะ 1 ใน 5 นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก มีผลงานการคิดค้นที่จดสิทธิบัตรแล้วมากที่สุดในโลกกว่า 3,300 ชิ้น, คริส แบงเกิล หัวหน้าทีมดีไซเนอร์ของ BMW ผู้สร้างเอกลักษณ์เส้นสายตัวรถของ BMW, ไทเลอร์ บรูเล่ คอลัมนิสต์ชื่อดังชาวแคนาดา เจ้าของนิตยสารที่ทรงอิทธิพลสูงสุดเล่มหนึ่งของโลก Wallpaper ปัจจุบันคือผู้ก่อตั้งบริษัทโฆษณา Winkreative และบรรณาธิการบริหารแห่งนิตยสาร Monocle, นาโอโตะ ฟุคาซาวา ผู้สร้างสรรค์ MUJI บนความเรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดา, ยุน ซี ลี หัวหน้าทีมนวัตกรรม Samsung Electronics America ผู้คร่ำหวอดในแวดวงการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์มากว่า 20 ปี   ทางด้านวิทยากรชื่อดังชาวไทย อาทิ ประภาส ชลศรานนท์ นักคิด นักเขียน นักแต่งเพลง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงการบันเทิงไทย และ อุดม  แต้พานิช นักพูดเดี่ยวไมโครโฟน ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานที่มีผู้ติดตามต่อเนื่องนับ 10 ปี เป็นต้น

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) กล่าวถึงความสำเร็จของงาน Creativities Unfold ว่า “จากการจัดงาน Creativities Unfold ทั้ง 7 ครั้งที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมฟังงานสัมมนาและเวิร์คช้อปแล้วกว่า 18,000 คน โดยกว่า 40% จะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในแวดวงการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ อาทิ สถาปนิก มัณฑนากร  กราฟฟิคดีไซเนอร์ และนักออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นต้น รองลงมาคือกลุ่มนักเรียนนักศึกษา และผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ตามลำดับ ซึ่งทีซีดีจะยังคงเดินหน้าจัดงานที่ดีมีประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดอาวุธให้กับผู้ประกอบการ นักคิด และนักสร้างสรรค์ชาวไทย พร้อมเปิดมุมมองใหม่ให้เห็นโอกาสทางธุรกิจที่กำลังจะมาถึง”


สำหรับงาน Creativities Unfold ครั้งที่ 8 จะจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “IF…Defining the future ถ้าอนาคตกำหนดได้” พบกับสัมมนา International Symposium ได้ในวันที่ 30 และ 31 สิงหาคมนี้ ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบัตรล่วงหน้าราคาพิเศษ (Super early bird) ได้ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน – 15 กรกฎาคมนี้ แพ็กเกจบัตรเข้าร่วมงาน 2 วัน ราคา 1,000 บาทสำหรับสมาชิก (จากราคาปกติ วันละ 2,000 บาท) และราคา 1,200 บาทสำหรับบุคคลทั่วไป (จากราคาปกติ วันละ 2,500 บาท) 

นอกจากนี้ผู้ที่ซื้อบัตรยังจะได้รับสิทธิพิเศษ ดังนี้ใช้บริการห้องสมุดฟรี 1 เดือน และส่วนลด 25% สำหรับสมัครสมาชิกรายปี (ภายใน 31 กันยายนนี้เท่านั้น) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ 02- 664- 8448 ต่อ 213, 214 หรือ www.tcdc.or.th



LIVING ARTS Festival 2014 งานดี ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง

LIVING ARTS Festival 2014 งานดี ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง 

 ช่วงนี้กระแสการเมืองกลบทุกข่าว จนทำให้งานดี ๆ อย่าง LIVING ARTS Festival 2014 กระแสหงอยเหงา
ทั้งที่ปกติจะมีคนถ่ายรูปและแชร์ภาพกันเยอะแยะมากมาย
เพราะงานนี้เป็นการเชิญศิลปินต่างชาติมาวาดรูป 3D และ 4D บริเวณแยกราชประสงค์ ให้คนที่เดินผ่านไปมาได้ชมและถ่ายรูป

จำได้ว่าปีก่อน คอนเซปงานดีมาก เปิดโอกาสให้ศิลปินโชว์ของแสดงฝีมือได้เต็มที่
เลยมีหลายชิ้นงานสวยเก๋มาก ๆ คนถ่ายรูปและแชน์กันเยอะแยะ
แต่ปีนี้ LIVING ARTS Festival 2014 มาในธีม Treasure Hunting
ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อนคนคงตื่นตาตื่นใจ  แต่ ณ ปัจจุบัน ดูแล้วเหมือน ๆ กับภาพ 3D ตาม Museum ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นที่พัทยาหรือที่เชียงใหม่
ถ่ายรูปมาแล้วก็ไม่ได้ตื่นตาตื่นใจซักเท่าไหร่ เพราะเห็นจนชิน คอนเซปเดิม ๆ ซ้ำ ๆ


คอนเซปงานแบบนี้ควรให้คนที่ผ่านไปมา ได้ไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชิ้นงาน
ทำท่าปีนป่าย เกาะเกี่ยว กระโดดไปมา แล้วถ่ายรูปแอคชั่นสวย ๆ


แต่เห็นหลายครั้งที่พี่ยามเดินมาไล่ซะงั้น ในขณะที่ก็อีกหลายครั้งเหมือนกันที่พี่ยามก็ปล่อยให้เหยียบย่ำผลงานและปล่อยให้ถ่ายรูปได้ตามอัธยาศัย
เลยงงว่าสรุปแล้วผู้จัดงานตั้งใจให้คอนเซปงาน LIVING ARTS Festival ครั้งนี้เป็นแค่งานแสดงเพื่อโชวความสวยงาม
หรือเป็นงาน 3D และ 4D ที่ให้คนที่เดินผ่านไปมาได้มีส่วนร่วมด้วย




งานจัดตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 8 มิถุนายน 2557 ใครผ่านไปแถวแยกราชประสงค์ก็แวะถ่ายรูปกับชิ้นงานบน Sky walk กันได้  


 มีอีกหนึ่งชิ้นงานที่อยู่หน้าห้างอัมรินทร์ พลาซ่า
แต่วันนี้ (25/5/2557) มีม๊อบก๊วนใหญ่ปะทะกับทหารหน้าห้าง
ไม่รู้ผลงานชิ้นนั้นจะมีอันเป็นไปไปแล้วหรือยัง







Clean Touch Technology ไม่ต้องคอยเติมแป้งและซับหน้าทั้งวันโดย MAYBELLINE

อากาศบ้านเราร้อนนะ ใครแต่งหน้าถ้านั่งในห้องแอร์ทั้งวันก็รอดไป
แต่ถ้าต้องใช้บริการขนส่งมวลชน เหงื่อคงอาบหน้า แป้งละลายหมด
หรือไม่แค่ลงไปเดินตากแดดช่วงพักเที่ยง รับรองเหงื่อไหล หน้ามัน 
ต้องคอยเติมแป้ง ซับหน้าตลอดทั้งวัน

MAYBELLINE เล็งเห็นจุดนี้ และพัฒนานวัตกรรมความงามแบบใหม่ ในชื่อ Clean Touch Technology
ซึ่งเนื้อแป้งที่ทาจะเรียงตัวกันในอีกรูปแบบหนึ่ง ทำให้เรียบเนียนไปกับผิวหน้า (ต้องส่องกล้องจุลทรรศน์ดูถึงจะเห็นความแตกต่าง)
และเมื่อเหงื่อออก เนื้อแป้งที่ทาไปจะ refresh ตัวเองในทุก ๆ 15 นาที ทำให้ไม่ต้องคอยซับหน้าหรือเติมแป้งทั้งวัน
โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ของ MAYBELLINE ตัวนี้ชื่อ White Superfresh ที่นอกจากเนื้อแป้งจะช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนแล้ว ยังมี SPF 34 PA+++

แถม MAYBELLINE ทำเก๋ เชิญ Beauty Blogger ไปร่วมพิสูจน์นวัตกรรมใหม่
ที่ร้าน Secret Garden ถนนสาธร ในบรรยากาศห้องทดลองสีฟ้าสดใส (ร้านนี้อาหารไทยอร่อย และเค้กอร่อยมาก)


ความแตกต่างของ White Superfresh กับแป้งทั่วไป คือตัวแป้งจะซับซับเหงื่อ
เลยมีการทดลองให้หยดน้ำลงไปบนตัวแป้ง เทียบกับแป้งยี่ห้ออื่น
จะเห็นว่าน้ำที่หยดลงไปบน White Superfresh จะซึมลงไปในเนื้อแป้งอย่างรวดเร็ว และเมื่อใช้ทิชชู่ซับ เนื้อแป้งก็ไม่ติดขึ้นมา
ในขณะที่ของอีกยี่ห้อนึง น้ำไม่ซึมและกลิ้งบนพื้นผิวแป้ง และพอใช้ทิชชุ่ซับ ปรากฎว่าเปื้อนเป็นคราบแป้ง



หลังจากทดลองกันจนพอใจแล้ว วันนี้ MAYBELLINE เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน
ซึ่งอาหารของ Secret Garden ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะอร่อยไม่เคยเปลี่ยน



พอทานคาวเสร็จต้องตามด้วยของหวาน ตอนแรกก็สงสัยว่าทีมงาน MAYBELLINE จะเสริ์ฟเค้กอะไร เพราะ Secret Garden ขึ้นชื่อเรื่องเค้กมาก
ปรากฎว่าทีมงาน MAYBELLINE ทำเซอร์ไพรส์ มีการทำ CUP Cake เป็นรูป Blogger แต่ละคนที่มาร่วมงานในวันนั้น

คือทั้งอร่อยและประทับใจ ที่สำคัญคนทำเค้กเก่งมาก ปั้นมาซะเหมือนเชียว
เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดได้ทั้งงาน Selfie กันเพลินเลย


ในงานยังมีการแจ้งว่าพรีเซนเตอร์ของแป้ง White Superfresh จะเป็นดาราท่านอื่นที่ไม่ใช่คุณเจนี่
เอ๊ะ ยังไง ?  แต่ตอนนี้หลาย ๆ คนคงทราบแล้วว่าเป็นน้องเบลล่า ราณี แคมเปน ส่วนคุณเจนี่จะยังเป็นพรีเซนเตอร์ของ MAYBELLINE อยู่หรือไม่ ต้องติดตาม


สำหรับแป้ง MAYBELLINE White Superfresh อีกไม่นานคงหาซื้อได้
ในราคาหลักร้อย แต่ประสิทธิภาพคุ้ม ใช้ดีเกินราคาจริง ๆ  มีให้เลือกทัั้งหมด 4 เฉดสี เลือกให้เหมาะกับสีผิว



10 สุดยอดนวัตกรรมในการกำจัดไขมันอย่างเห็นผล โดย APEX Profound Beauty ในงาน Fight the FAT Off

10 สุดยอดนวัตกรรมในการกำจัดไขมันอย่างเห็นผล โดย APEX Profound Beauty ในงาน Fight the FAT Off  

เมื่อก่อนสมัยเป็นวัยรุ่นเป็นคนผอม กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
อาหารหลักเลยคือบุฟเฟ่ต์ทุกชนิด โดยเฉพาะปิ้งย่าง
กินได้ไม่เคยเบื่อ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนทั้งที่ก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เรียกว่าระบบเผาผลาญยังดี

แต่พออายุมีเลข 3 นำหน้า นั่งหายใจอยู่เฉย ๆ ยังคิดว่าตัวเองจะอ้วนเลย
คนอื่นอาจจะมองว่าไม่เห็นอ้วน ผอมจะตาย
แต่ความจริงคือพุงเริ่มเป็นชั้น ไขมันเริ่มสะสม
บุฟเฟ่ต์ไม่ได้กินบ่อย ๆ เหมือนตอนเป็นวัยรุ่นแล้ว
แต่หนักไปทางสังสรรค์ ไวน์ เหล้า เบียร์ แทบจะทุกวัน
ส่วนการออกกำลังกาย ซึ่งควรทำ แต่ก็ยังห่างเหิน ขนาดสมัครฟิตเนสไปแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยได้ไป

 ล่าสุดไปงาน นิทรรศการ "Fight the FAT off" จัดโดย APEX Profound Beauty ที่ Siam Paragon ที่นำเอา 10 สุดยอดนวัตกรรมในการกำจัดไขมันอย่างเห็นผลมาจัดเป็นนิทรรศการขนาดย่อม ๆ
มีความรู้เรื่องไขมันเพื่อการกำจัดไขมันอย่างเห็นผล พร้อมภาพประกอบที่จะทำให้เราเข้าใจเทคโนโลยีแต่ละชนิดและทราบถึงนวัตกรรมต่างๆในการกำจัดไขมันอย่างเห็นผล


 ในงานมีแขกรับเชิญ 2 ท่าน ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การกำจัดไขมัน
 จากที่เมื่อก่อนเคยอ้วนมาก หนัก 150++ ขนาดบริษัทประกันชีวิตยังไม่ยอมให้ทำประกัน เพราะความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปเยอะ



ปัจจุบันทั้งสองท่าน ผอมเพรียว หุ่นดี ราวกับคนละคน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ของแบบนี้ต้องเห็นกับตา ลองกับตัว


สำหรับงานนิทรรศการ Flight the Fat off จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 - 25 พฤษภาคมนี้ ณ ชั้น 1 โซนแฟชั่น แกลเลอรี่ Siam Paragon ส่วนใครที่อยากผอมเพรียวและกำจัดไขมันส่วนเกินอย่างเห็นผล แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ที่ APEX Profound Beauty ทั้ง 16 สาขา

อยากผอม หุ่นดี บางทีก็ต้องมีตัวช่วย






ทริปดี ๆ สิริมงคลแก่ชีวิต นครพนม - สกลนคร

เมื่อไม่นานมานี้มีโอกาสต้องเดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดนครพนม เลยใช้เวลาในช่วงนั้นทัวร์ไหว้พระ เพื่อเป็นสิริมงคลชีวิต เพราะจังหวัดนครพนมเองมีการจัดทัวร์ไหว้พระประจำวันเกิด ส่วนจังหวัดสกลนครซึ่งอยู่ติดกัน ก็มีวัดของเกจิอาจารย์ดัง ๆ อยู่หลายท่าน

การเดินทางมาสองจังหวัดนี้ก็ง่ายแสนง่าย ไม่ต้องนั่งรถทัวร์ข้ามวันเหมือนเมื่อก่อน สามารถเลือกใช้บริการแอร์เอเชียหรือนกแอร์ได้ตามอัธยาศัย
แต่ถ้าเลือกลงนครพนม หากจองล่วงหน้านาน ๆ หน่อย และบินแอร์เอเชีย จะได้ราคาถูกแบบไม่น่าเชื่อ
เส้นทางนี้โปร 0 บาท มีออกมาเรื่อย ๆ

แต่รอบนี้ต้องบินกลับแบบฉุกละหุกนิดหน่อย เลยต้องใช้บริการนกแอร์
นิตยสาร JibJib มีการลงเรื่องของจังหวัดนครพนมซะอีก
ถือเป็นข้อมูลที่จะใช้ในการทัวร์ธรรมะในครั้งนี้


ช่วงที่เดินทางมรสุมเข้าพอดี รูปที่ถ่ายมาเลยจะติดเมฆครึ้มซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังดีที่ฝนไม่ตกลงมาจนเป็นอุปสรรคในการไหว้พระ

วัดแรกที่ไปสำหรับทริปนี้คือวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ซึ่งมีพระธาตุประดิษฐานอยู่ โดยเป็นพระธาตุประจำวันของคนที่เกิดวันอาทิตย์

ตามตำนานกล่าวว่าสร้างมานานไม่น้อยกว่า 2,300 ปี เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป โดย เฉพาะอย่างยิ่งชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงประชาชนลาวด้วย ในฤดูเทศกาล เพ็ญเดือน 3 ของทุกปี พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ มาสมโภชและนมัสการพระธาตุพนม

วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ อ.ธาตุพนม โดยห่างจาก อ.เมือง ประมาณ 30 นาที





วัดที่สองที่ไปคือ วัดพระธาตุศรีคูณ ซึ่งมีพระธาตุศรีคูณประดิษฐานอยู่ เป็นพระธาตุประจำวันเกิดวันอังคาร โดยวัดพระธาตุศรีคูณตั้งอยู่ที่ อ.นาแก อยู่ห่างจาก อ.เมือง ราว ๆ 40-50 นาที



วัดที่สามที่ไปคือวัดพระธาตุเรณู ซึ่งมีพระธาตุเรณูประดิษฐานอยู่ เป็นพระธาตุประจำวันของคนที่เกิดวันจันทร์



ไปไหว้พระธาตุเรณู ที่ อ.เรณูนคร มีเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด นั่นคือขนมจีนน้ำปลาร้า
ร้านเด็ดร้านดังคือร้านพิสมัย ใครไปก็ต้องแวะชิม (ในนิตยสาร JubJib ก็แนะนำไว้)
แต่ตอนไปถามทางคนแถวนั้นให้ถามหาร้านเจ๊แต๋ว ไปถามหาเจ๊พิสมัยอาจเกิดอาการมึนงงกันได้
ใครไม่ทานปลาร้า ก็มีน้ำกะปิไว้ให้ ขนมจีนบีบเส้นสด ๆ ใหม่ ๆ ทานกับผักลวก ไข่ปิ้ง
รับรองอร่อยจนอยากซื้อกลับกรุงเทพ 


วัดที่สี่ที่ไปคราวนี้ข้ามมาฝั่งจังหวัดสกลนครกันบ้าง คือวัดป่าสุทธาวาส ซึ่งเป็นวัดที่ลูกศิษย์ลูกหาของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตเถระ และหลวงปู่หลุยส์ จันทสาโร จำนวนมากทั่วประเทศแวะเวียนมานั่งวิปัสสานะอยู่เรื่อย ๆ ถึงแม้ทั้งสองท่านจะล่วงลับไปนานแล้ว




มาจังหวัดสกลนครพลาดไม่ได้เลย 2  เมนูเด็ด
ตำซั่วสกล รสชาติแซ๊บลืม หากินได้ตามร้านส้มตำทั่วไป อร่อยทุกร้าน
ตำซั่วสกลจะใส่ผักดอง ผักชีลาว ถั่วงอก บางร้านราดน้ำยาขนมจีนเพิ่มด้วย 


อีกเมนูหนึ่งคือปากหม้อ ร้านเด็ดรสอร่อยที่แนะนำคือร้านปากหม้อโรงหนังปารีส (โรงหนังปารีสปิดกิจการไปนานแล้ว แต่คนก็ยังเรียกชื่อนี้อยู่) ร้านนี้อร่อย ขายดิบขายดี อาจจะต้องรอคิวนานหน่อยถ้าไปตอนเที่ยง แต่อยากให้อดทน เพราะอยากกินของอร่อย ต้องใจเย็น ๆ

กินมาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันรสชาติอร่อยไม่เปลี่ยน 




ถ้ากินแล้วติดใจ สั่งแพคใส่กล่องกลับมากินที่กรุงเทพได้
ทางร้านมีบริการแพคใส่กล่องอย่างดี หิ้วขึ้นเครื่องได้สบาย ๆ

วัดที่ห้าข้ามกลับมาที่ จ.นครพนม วัดโฆษิตาราม (วัดธาตุมหาชัย) ซึ่งมีพระธาตุมหาชัยประดิษฐานอยู่ เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันพุธ ตั้งอยู่ที่อ.ปลาปาก ห่างจาก อ.เมืองประมาณ 30 นาที



และวัดที่หก ซึ่งเป็นวัดสุดท้ายสำหรับทริปนี้ คือวัดมหาธาตุ ซึ่งมีพระธาตุนครประดิษฐานอยู่ เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันเสาร์ (เกิดวันเสาร์ เลยต้องมาไหว้พระธาตุที่นี่แบบต้องมาให้ได้)


ของฝากของจังหวัดนครพนมที่อร่อยและต้องซื้อกลับไปเป็นของฝาก เพราะเชื่อว่าคนที่ได้รับต้องอร่อยจนติดใจคือหมูยอ อร่อยแทบทุกร้าน แต่ขอแนะนำหมูยอร้านเหรียญทอง เพราะอร่อยและทำเสร็จร้อน ๆ แถมที่ร้านยังมีของฝากอย่างอื่นให้เลือก

ถือเป็นทริปที่มีความสุขอีกทริป เพราะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวแบบพร้อมหน้า และได้ไปไหว้พระเพื่อให้เกิดสิริมงคลแก่ชีวิตแบบที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน

สำหรับการเดินทางทั้งหมดไม่ได้ไปทุกที่ภายในวันเดียว เพราะอยุ่หลายวัน ว่างวันไหนก็ไปเมื่อนั้น ขับรถตามต่างจังหวัดรถไม่ติด ระยะทาง 40-70 กิโลเมตรก็จริง แต่ขับรถ 20-30 นาทีก็ถึง

ไม่เหมือนอยู่กรุงเทพ บางทีแค่ขับรถจากหัวลำโพงมาพระรามสี่ ยังใช้เวลา 2 ชั่วโมงก็ยังเคย

เป็นอีกเรื่องราวดี ๆ ที่อยากจะนำมาเล่าให้ฟัง
สำหรับคนที่มีเวลาและมีโอกาส ลองไปเที่ยวที่จังหวัดนครพนมและสกลนคร
ถ้าอยากไปช่วงเทศกาล จังหวัดนครพนมก็มีเทศกาลไหลเรือไฟ ส่วนจังหวัดสกลนครก็มีประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง รายละเอียดต่าง ๆ ลองถามอากู๋ดู ข้อมูลเพียบ

รับรองว่าไปแล้วจะประทับใจ อาหารอร่อย อิ่มท้อง แล้วยังอิ่มบุญอีกต่างหาก





ราคาประหยัดเหลือเชื่อ จนคุณเหลือใช้ บินกับ Thai Air Asia X เส้นทางเกาหลี


เชื่อว่ามีหลายคนรอการมาของThai Air Asia X และอีกหลาย ๆ สายการบิน Low cost ที่มีแผนจะเปิดตัวภายในปีนี้ เพราะจะได้บินตรงอย่างประหยัด ไม่ต้องไปแวะสนามบินที่กัวลาลัมเปอร์ให้หดหู่ 
เพราะสภาพสนามบินเยินและแออัดเหลือเกิน 
ใครเคยบิน Air Asia แล้วต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่นั่นคงรู้ซึ้งดี 

Thai Air Asia X ชิงเปิดตัวก่อนใครเพื่อน ด้วยเส้นทาง ดอนเมือง กรุงเทพฯ (DMK) - โซล อินชอน (ICN) ซึ่งจะเริ่มบินในวันที่ 17 มิถุนายน 2557


ตารางการบิน:


เที่ยวบิน
เส้นทาง
เวลาการเดินทาง
ความถี่
XJ 700
DMK-ICN
08:05 น. -15:25 น.
ทุกวัน
XJ 701
ICN-DMK
16:50 น. - 20:40 น.
ทุกวัน




สำหรับราคา ถูกแบบน่าตกใจ สมกับสโลแกน ราคาประหยัดเหลือเชื่อ จนคุณเหลือใช้  โดยเส้นทางดอนเมือง-อินชอน (กรุงโซล) ราคาเริ่มต้นเพียง 1,990 บาทต่อเที่ยว (ราคารวมภาษีและค่าธรรมเนียมแล้ว) เริ่มจองตั้งแต่ วันที่ 23 เมษายน 2557 ถึง 3 พฤษภาคม 2557 เดินทางได้ตั้งแต่ 17 มิถุนายน 2557 ถึง 30 เมษายน 2558 นอกจากนี้ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ยังเตรียมเปิดเที่ยวบินตรงจากดอนเมืองสู่ท่าอากาศยานนาริตะ กรุงโตเกียวและท่าอากาศยานคันไซ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นเร็วๆ นี้


สามารถสำรองที่นั่งผ่านทาง www.airasia.com ระหว่าง 23 เมษายน ถึง 3 พฤษภาคม 2557 และเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2557 ถึง 30 เมษายน 2558 ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.airasia.com หรือwww.facebook.com/AirAsiaThailand
สำหรับนักเดินทางที่ต้องการแพคเกจบัตรโดยสารพร้อมโรงแรมที่พักในราคาสุดพิเศษ แอร์เอเชียโก เสนอแพคเกจ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมที่พัก 4 วัน 3 คืนในราคาเริ่มต้นเพียง 7699 บาทต่อคน(พักห้องคู่) สำรองแพคเกจที่ www.AirAsiaGo.com โปรโมชันนี้สำหรับการสำรองที่นั่งระหว่างวันที่ 23-27 เมษายน 2557 และเดินทาง 17 มิถุนายน 2557 - 30 เมษายน 2558

*ราคาบัตรโดยสารเที่ยวเดียวรวมค่าธรรมเนียมสนามบินและค่าธรรมเนียมต่างๆ แล้ว ที่นั่งมีจำนวนจำกัดเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

มากำหนดเป้าหมาย แล้วพุ่งชนด้วยการสะสมแบงค์ห้าสิบกันเถอะ

อยากไปเที่ยวมั๊ย?  ไม่ว่าจะเส้นทางในประเทศหรือต่างประเทศ
หลายคนตอบอยาก แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
ลำพังเงินเดือนใช้ให้พอก็ลำบากจะแย่แล้ว ปลายเดือนทีไรแทบต้องเหมามาม่าไว้เป็นลัง
เลิกพูดถึงเรื่องเงินออมไปได้เลย

มีความคิดอยากไปญี่ปุ่นเมื่อนานมาแล้ว แต่ไม่ได้ไปซักที เพราะขี้เกียจขอวีซ่าและติดตรงค่าใช้จ่ายที่คิดว่าหนักเอาการ
จนคิดได้ว่าเมื่อก่อนเคยใข้วิธีเก็บแบงค์ห้าสิบบาทสำหรับทริปในประเทศมาแล้ว ทริปญี่ปุ่นก็ไม่น่ามีปัญหา แต่อาจจะใช้เวลานานกว่าหน่อย

ที่จริงเคล็ดลับการเก็บแบงค์ห้าสิบไม่ได้เป็นคนคิดเอง
เป็นเคล็ดลับที่เห็นน้องนักศึกษาฝึกงานทำ แล้วเราเห็นว่าดีงามเลยทำตาม
ซึ่งน้องก็ทำตามคนอื่นมาอีกที ทำตามเป็นทอด ๆ เหมือนทายาทอสูร

แล้วทำไมถึงเป็นแบงค์ห้าสิบ?
ลองเปิดกระเป๋าตังค์ตัวเองดูก็จะรู้
ถ้าช่วงต้นเดือนแบงค์พัน แบงค์ห้าร้อยคงฟูเต็มกระเป๋า เพราะต้องจ่ายค่านู่นนี่สาระพัด
แบงค์ร้อย แบงค์ยี่สิบมีให้เห็นอยู่แล้ว เพราะหยิบง่ายใช้สะดวก

ช่วงกลางเดือนจนถึงปลายเดือน แบงค์พันอาจจะไม่ค่อยมีในกระเป๋ากันแล้ว
แบงค์ห้าร้อย แบงค์ร้อยพอมี แต่ที่เจอเบียดแน่นจนกระเป๋าพองส่วนใหญ่จะเป็นแบงค์ยี่สิบ

แต่แบงค์ห้าสิบ เชื่อว่าแทบทุกคนนาน ๆ จะได้เจอทีนึง ไม่ว่าจะเป็นช่วงต้นเดือน กลางเดือน หรือปลายเดือน

วิธีการสะสมแบงค์ห้าสิบจะต้องใจแข็ง
เก็บทุกแบงค์ห้าสิบที่เจอ สมทบทุนเข้าไปเรื่อย ๆ
แป๊บ ๆ ก็ได้เงินจำนวนมากโข
สมมติว่าวันนึงเก็บแบงค์ห้าสิบได้เฉลี่ย 2 ใบ
หนึ่งเดือนก็จะได้เป็นเงิน 3,000 บาท
หนึ่งปีก็จะกลายเป็นเงิน 36,000 บาท โดยไม่ทันรู้ตัว
แต่เชื่อเหอะว่าเก็บไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอก เพราะนาน ๆ ถึงจะเจอแบงค์ห้าสิบ

การเก็บแบงค์ห้าสิบแบบนี้เหมือนกับการเล่นเกมส์
แถมต้องแข่งกับใจตัวเองด้วย เพราะแบงค์ห้าสิบทั้งหมดห้ามใช้โดยเด็ดขาด
แยกกับเงินออมทรัพย์ประจำเดือนและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
เจอเมื่อไหร่ เก็บเมื่อนั้น ไม่มีข้อยกเว้น

บางคนอาจบอกว่าเก็บทำไมแบงค์ห้าสิบ กว่าจะได้เงินก้อนคงนานโข
สู้เก็บแบงค์ร้อย แบงค์ห้าร้อย แบงค์พัน ก็ไม่ได้ แป๊บ ๆ ได้เงินก้อน
แต่อย่าลืมว่าต้องเก็บทุกใบ ใครมีเงินถุงเงินถังคงไม่มานั่งเก็บ
จ่ายเงินก้อนใหญ่ ๆ ได้สบาย ๆ เที่ยวแบบ worry free ไม่ต้องคิดอะไรมากอยู่แล้ว

อย่างวันนี้ก็เก็บมาได้ 3 ใบ
จ่ายค่าทางด่วนด้วยแบงค์ร้อย ทอนมาเป็นแบงค์ห้าสิบ
จ่ายค่าอาหารกลางวันฟู้ดคอร์ท 40 บาท ค่าน้ำอีก 10 บาท ซื้อบัตรฟู้ดคอร์ทด้วยแบงค์ร้อย ตอนแลกคืนก็ได้ทอนมาเป็นแบงค์ห้าสิบ
ส่วนใบสุดท้าย ซื้อข้าวกล่องร้านข้างทางเป็นมื้อเย็นราคา 30 บาท จ่ายด้วยแบงค์ร้อย ทอนมาเป็นแบงค์ยี่สิบและแบงค์ห้าสิบ


ไม่อยากจะเรียกการเก็บแบงค์ห้าสิบว่าเป็นการออมทรัพย์ เพราะมันเหมือนการสะสมมากกว่า
เจอเมื่อไหร่ก็เก็บ แต่อย่าพยายามจนจงใจเกินไปจนถึงขั้นไปขอแลก ขอเปลี่ยนแบงค์ห้าสิบกับชาวบ้าน
ความท้าทายมันจะหมดลงทันที แถมจะรู้สึกว่าเก็บไปทำไม สู้เก็บแบงค์ห้าร้อย แบงค์พันไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ

เคล็ดลับนี้สามารถเอาไว้ใช้เวลาอยากได้ของที่มีราคาแพงแล้วรู้สึกเสียดายถ้าจะต้องจ่ายเงินก้อนซื้อ
เก็บไปเรื่อย ๆ ครบเมื่อไหร่ค่อยซื้อ ดีไม่ดีอาจจะเลิกอยากได้ไปแล้วเมื่อเงินครบตามจำนวน
กลายเป็นว่าได้เงินเก็บมาอีกก้อนนึง เอาไว้ใช้เมื่อยามจำเป็นหรือฉุกเฉิน

ว่าไม่ได้นะ เมื่อต้นปีก็ไปญี่ปุ่นมาแล้วด้วยการสะสมแบงค์ห้าสิบ
ถึงแม้จะพอสำหรับจ่ายแค่ค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินก็ตาม  แต่ก็ยังถือว่าช่วยให้ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ทีเดียว

ตอนนี้กำลังเริ่มเก็บแบงค์ห้าสิบอีกรอบ สำหรับทริปญี่ปุ่นรอบสอง หวังว่าคงไม่ได้ต้องใช้เวลายาวนานจนญี่ปุ่นยกเลิกการยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทยนะ



มีน้องคนนึงเห็นเราใช้วิธีนี้แล้วทำตาม พูดเลยว่าปลื้มใจ กับเรื่องราวดี ๆ ที่มีคนเห็นคุณค่าและทำตาม
ขอให้สะสมแบงค์ห้าสิบให้ได้ตามเป้าในเร็ววัน